<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>67224</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นายกฯลั่นไม่ใช้ฉุกเฉินอลหม่าน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; อภิปราย พ.ร.ก.กู้เงิน 1.9 ล้านล้านบาทวันที่ 2 ยังท้วงติงเรื่องเยียวยาตกหล่น พร้อมชงตั้ง &amp;nbsp;กมธ.ดูแลการใช้จ่ายโครงการต่างๆ &amp;quot;เกียรติ&amp;quot; เสนอ 3 กฎเหล็กเพื่อให้เงินตรงเป้า &amp;quot;ฝ่ายค้าน&amp;quot; ไม่เลิกราวีเรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยกกรณีฆ่าตัวตายถล่มอีกรอบ &amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; ลั่นทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ชี้หากไม่ใช้กฎหมายติดหนวดอลหม่านแน่ ฮึ่ม! คนไทยด้วยกันอย่าติเรือทั้งโกลน หมอหนูโวไม่มีระบาดรอบสองแน่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 28 พ.ค.ถือเป็นวันที่ 2 ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาพระราชกำหนด 3 ฉบับ ซึ่งเป็นการประชุมต่อเนื่องจากเมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่พักการประชุม โดยเริ่มต้นนายโสภณ &amp;nbsp;ซารัมย์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้อภิปรายชี้ถึงความจำเป็นในการกู้เงิน ซึ่งแม้ไม่ก่อให้เกิดรายได้แต่เป็นไปเพื่อรักษาชีวิต พร้อมทั้งระบุว่า งบประมาณแก้ไขปัญหาการระบาดไม่เกิน 45,000 ล้านบาทน้อยเกินไป อย่างการทำวัคซีนต้องใช้เงินจำนวนมาก และควรเพิ่มงบค่าตอบแทนให้อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ส่วนการเยียวยาก็ขอให้สำรวจกรณีตกหล่นไม่ได้รับการเยียวยาเพราะเข้าไม่ถึงระบบออนไลน์ ให้ได้รับการเยียวยาทุกกลุ่ม &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) อภิปรายในฐานะพยาบาลเก่า ว่า ไม่อยากให้รัฐบาลเอาเงินกู้ไปทำในสิ่งที่ไม่เกิดผลหรือนอกวัตถุประสงค์ จึงอยากให้ใช้ประโยชน์สูงสุด เช่น อุปกรณ์ทางการแพทย์ และมองว่าการช่วยเหลือของรัฐบาลยังตกหล่นเยอะ คนที่เข้าไม่ถึงระบบออนไลน์ ไม่มีโทรศัพท์ ต้องเก็บตกให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างทั่วถึง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โดยรวมเห็นด้วยกับการกู้เงิน แต่ไม่เห็นด้วยกับการมีตัวเขมือบโครงการ เช่น ซื้อของแพง เอาวิกฤติเป็นโอกาสของนักการเมืองขี้โกง ขอให้มีอันเป็นไป อยากให้นายกรัฐมนตรีเอาจริงเอาจังกับตัวเขมือบทั้งหลายให้หมดไป ไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วแต่ ไม่ต้องเกรงใจ และควรตั้งคณะกรรมาธิการมาตรวจสอบการใช้เงินโครงการต่างๆ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน&amp;quot; น.ส.รังสิมากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาในเวลา 11.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข (สธ.) ชี้แจงว่า &amp;nbsp;นับตั้งแต่มีข่าวการระบาดโควิด-19 ตั้งแต่ปลายเดือน ธ.ค.62 สธ.ได้ตั้งทีมป้องกันคัดกรองผู้ที่เข้าสู่ประเทศไทยตั้งแต่ก่อนสิ้นปี 2562 ยืนยันว่าระบบการรักษาของระบบสาธารณสุขไทยอยู่เหนือมาตรฐาน ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดไว้ จนขณะนี้การแพร่เชื้อในประเทศไทยไม่มีแล้ว เพราะเราตั้งการ์ดสูงอย่างเต็มที่ แต่วันนี้ก็ยังมีการเตรียมพร้อมมีการควบคุมอยู่ เพื่อเตรียมพร้อมไว้รองรับคนไทยที่อยู่ต่างประเทศที่กำลังเดินทางกลับไทย และเชื่อว่าจะไม่เกิดการแพร่ระบาดอีก
เชื่อไม่มีระบาดรอบ 2
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เรายังเตรียมความพร้อมหากมีการระบาดรอบ 2 ซึ่งผมเชื่อว่าไม่น่าเกิด แต่เราก็ไม่ได้ประมาท ทั้งนี้หากเกิดการระบาดรอบ 2 ผมยืนยันได้ว่ากระทรวงสาธารณสุขมีความพร้อมดูแลทุกคนที่อยู่ในประเทศไทย นอกจากนี้ขอชมเชย อสม.ล้านกว่าคนที่มีส่วนช่วยในการหยุดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งเห็นว่าถึงเวลาที่เราต้องตอบแทนเมื่อถึงเวลานั้น สธ.เราไม่ได้การ์ดตก และขอให้พี่น้องประชาชนตั้งการ์ด &amp;nbsp;ศัตรูของเราคือโควิด-19 ถ้าชกกันตอนนี้คะแนนเรานำอยู่ เราจะน็อกเขาได้เมื่อมีวัคซีนป้องกัน ซึ่งในงบ &amp;nbsp;4.5 หมื่นล้านบาท งบส่วนนี้ได้ให้สถาบันวัคซีนแห่งชาติพัฒนาวัคซีนดังกล่าว โดยประเทศไทยเหลืออย่างเดียวที่จะเป็นแชมป์ด้านสาธารณสุขของโลก คือต้องคิดค้นวัคซีนให้ได้ และยืนยันว่างบที่ สธ.ได้จะใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&amp;quot; นายอนุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 11.40 น. นพ.เรวัต วิศรุตเวช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ได้อภิปรายว่า ขอให้สภาพักหรือเลื่อนการประชุมจนกว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหมจะนำเอกสารแนบท้าย พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาทมานำเสนต่อสภา เพราะหนี้ที่เกิดขึ้นเป็นหนี้ทั้งหมดของประชาชน การไม่มีรายละเอียดเท่ากับจงใจตีเช็คเปล่า จึงไม่สามารถอนุมัติ พ.ร.ก.กู้เงินได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การบังคับใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินของรัฐบาล เป็นการใช้อำนาจที่ขัดต่อกฎหมายและถือเป็นความผิด เพราะไม่มีเหตุผลทางวิชาการเพื่อควบคุมโรคระบาดได้ และหากใช้ต่อไปถือว่าเป็นการบริหารงานที่ไร้ประสิทธิภาพด้านการบูรณาการงานร่วมกัน&amp;quot; นพ.เรวัตระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค ปชป.อภิปรายแสดงความเป็นห่วง พ.ร.ก.กู้เงิน &amp;nbsp;1.9 ล้านล้านบาท ว่ากู้เยอะแต่รายละเอียดน้อย ไม่มีรายละเอียดแหล่งที่มาเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท รวมทั้งตั้งข้อสังเกตถึงแนวทางฟื้นฟูที่เสนอโดยคณะกรรมการกลั่นกรอง คือ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) และพิจารณาโดยสภาพัฒน์และกระทรวงการคลัง ขณะที่คนทำรายงานความก้าวหน้าก็คือ สศช. ซึ่งน่าจะไม่ถูกต้องตามหลักธรรมาภิบาล
เกียรติชงกฎเหล็ก 3 ข้อ
&amp;ldquo;พูดว่าโปร่งใสเฉยๆ ไม่ได้ การเปิดเผยข้อมูลแบบเรียลไทม์จำเป็น ร่วมทั้งการเอาเงินทั้งหมดไปใช้ตรงกับเป้าจำเป็นจริงๆ และสุดท้ายขอเสนอให้ใช้กฎเหล็ก 3 ข้อผ่านวิกฤติ คือ 1.แก้วิกฤติต้องคิดลบ พร้อมสยบทุกปัญหา 2.กระสุนมีจำกัดทุกนัดต้องเข้าเป้า และ 3.คอร์รัปชันต้องป้องกันไม่ใช่ลั่นว่าไม่มี&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในเวลา 15.30 น. นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ชี้แจงถึง พ.ร.ก.ปล่อยซอฟต์โลน 5 แสนล้านบาทให้วิสาหกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) ว่าขณะนี้มีผู้ได้รับความช่วยเหลือแล้ว 35,217 ราย วงเงินอนุมัติเฉลี่ย 1.65 ล้านบาทต่อราย รวมวงเงิน 58,208 ล้านบาท &amp;nbsp;โดย 51% เป็นธุรกิจขนาดเล็กที่วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท ส่วนข้อสังเกตของ ส.ส.ว่าธนาคารพาณิชย์ปล่อยลูกค้าชั้นดีความเสี่ยงต่ำ ไม่เป็นความจริง เพราะ 70% เป็นลูกหนี้กลุ่มความเสี่ยงปานกลางและค่อนข้างสูง โดย 71% เป็นลูกหนี้ในต่างจังหวัด และการออก พ.ร.ก.ซอฟต์โลนนี้เป็นรูปแบบเดียวกับเมื่อครั้งที่เกิดน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ไม่ใช่การกู้เงิน แต่เอาเงิน ธปท.ไปให้สินเชื่อเพื่อให้เกิดสภาพคล่อง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอุตตม สาวนายน รมว.การคลัง อภิปรายเสริมว่า วันนี้เรามีมาตรการใหม่ที่เป็นส่วนหนึ่งของ &amp;nbsp;พ.ร.ก.ซอฟต์โลน โดยจะช่วยเอสเอ็มอีที่ยังไม่มีประสบการณ์การกู้เงินกับสถาบันการเงิน หรือกลุ่มที่เราเรียกว่ายังไม่เข้มแข็งเรื่องเงินทุน โดยจะออกมาในรูปของกองทุนซึ่งจะต่างจากสินเชื่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 14.30 น. น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย (พท.) อภิปรายว่า รัฐบาลบริหารโดยปล่อยให้มีการเยียวยาที่ผิดพลาด จนมีคนไปฆ่าตัวตายที่หน้ากระทรวงการคลัง ความผิดพลาดที่ชี้ชัดที่สุดคือการลงทะเบียนเราไม่ทิ้งกัน กลับกลายเป็นเราจะเละด้วยกัน ระบบล่มตั้งแต่ชั่วโมงเเรกที่เปิดให้ลงทะเบียน แต่วันนี้รัฐบาลจะมาออก พ.ร.ก.กู้เงินครั้งใหญ่ที่สุด เราจะมั่นใจได้อย่างไรในเมื่อไม่เห็นประสิทธิภาพการใช้จ่ายเงิน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การฆ่าตัวตายเป็นข้อบ่งชี้ความล้มเหลวของรัฐบาลอย่างรุนเเรง เพราะคนตัดสินใจเลือกความตายเพื่อให้พ้นความเดือดร้อนเพราะหาที่พึ่งพาไม่ได้ และฝากถึงนายกฯ และคณะว่าท่านอย่าบริหารงานภายใต้การรักษาความมั่นคงในอำนาจของตัวท่านเอง คืนความอิสระในการทำงานให้กับทุกอาชีพ &amp;nbsp;พ.ร.ก.ฉุกเฉินมีผลเสียมากกว่าผลดี ต้องยกเลิกเคอร์ฟิว เพราะโควิด-19 ไม่ได้ระบาดเเค่เฉพาะตอนกลางคืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินทุกวันนี้ทำให้อดคิดไม่ได้ว่ารัฐบาลกำลังควบคุมพวกเรา ไม่ได้ควบคุมโรค&amp;rdquo;
อย่าติเรือทั้งโกลน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นเวลา 16.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่า ได้รับทราบถึงความเดือดร้อนของคนไทย รัฐบาลไม่ทิ้งอย่างแน่นอน และจะไม่มีการทุจริต ทุกคนเสียภาษีเหมือนกันหมด ตนเองก็เสียภาษี พวกท่านเป็นหนี้ ตนเองก็เป็นหนี้ด้วย หนี้ตรงนี้ต้องมาชดใช้ด้วยการทำให้ประเทศมีผลผลิตและมีความก้าวหน้า ตัวเลขหนี้สาธารณะที่ปรากฏขึ้นมานั้นเกิดมาหลายรัฐบาลก่อนหน้านี้ แต่การก่อหนี้เพิ่มนั้นเพื่อรักษาและเยียวยาและฟื้นฟูประเทศให้เข้มแข็งขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ต้องเข้าใจว่าเราต้องบริหารตามกฎหมาย การที่จะให้รัฐบาลจ่ายเงินให้เร็วต้องไปดูเรื่องทะเบียน &amp;nbsp;รัฐบาลไม่สามารถล้วงทุกบ้านได้ ท่านต้องรู้จักหน้าที่ในการลงทะเบียนและแก้ไขทะเบียนให้ถูกต้อง ใครทำเกษตร ใครทำอาชีพอิสระ ผมพร้อมจ่ายทั้งหมด แต่จะทำอย่างไรให้ไม่ซับซ้อน เงินจำนวนนี้ให้เพื่อดำรงชีพช่วงโควิดเท่านั้น แต่ช่วงนี้เป็นเงินดำรงชีพ 3 เดือนที่ไม่สามารถเอาไปผ่อนรถหรือมอเตอร์ไซค์ได้&amp;rdquo; นายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า ในส่วนของการเรียนนั้นจะต้องทำอย่างไรให้นักเรียนไม่ลืมการเรียน จึงใช้ระบบออนไลน์หรือเรียนทางไกลผ่านดาวเทียม ซึ่งน่ารักดี พ่อแม่ปู่ย่าตายายนั่งดูทีวีกับลูกหลาน ค่าใช้จ่ายกระทรวงดีอีเอสก็ดูแลให้ ถ้าท่านตั้งโจทย์ว่าไม่ดีไปหมด อยากถามว่าจะคุยกันรู้เรื่องหรือไม่ วันนี้ขอบคุณ ส.ส. พวกเราร่วมชาติกันอยู่แล้ว เรื่อง พ.ร.ก.ฉุกเฉินเป็นกฎหมายกลางเพื่อให้เกิดมาตรฐานในการดำเนินการ ซึ่งผลที่ออกมาถามว่าดีหรือไม่-ก็ดี คนป่วยไม่มาก ติดเชื้อน้อยลง แต่ถ้าเราไม่ใช้กฎหมายกลางนี้ออกไปก็จะอลหม่านอีกแล้วแก้ไขไม่ได้ รัฐบาลก็ต้องรับผิดชอบ มันเป็นความจำเป็น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คนเราปฏิเสธกฎหมายไม่ได้ ท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญกำหนดว่าคนไทยต้องเท่าเทียมกัน แต่มีมาตราที่บอกว่าคนไทยต้องปฏิบัติตามกฎหมายด้วย ต้องดูให้ครบหมวด ทุกคนจะบอกว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ แต่รัฐบาลทุกรัฐบาลก็ผ่อนผัน เว้นแต่บางเรื่องที่ปล่อยไม่ได้ ถ้าทุกคนช่วยรัฐบาลคิดว่าประเทศไทยไปข้างหน้าโลดแล้ว อะไรที่ดีก็ขอให้ส่งเสริม แต่ท่านจะบอกว่าไม่ดีไปทั้งหมดแบบนี้มันไม่ใช่&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในช่วงเย็น นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการตาม พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมฯ ชี้แจงกรณีข้อท้วงติงการตรา พ.ร.ก.ไม่เป็นไปตามมาตรา 53 ของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) &amp;nbsp;ว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 ว่า กฎหมายวินัยการเงินการคลังกับการตรา พ.ร.ก.กู้เงินนั้นสอดคล้องกัน และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงรับรองหลักการของกฎหมายที่ต้องตราขึ้นเพื่อความมั่นคงและผาสุกของประชาชน ขณะเดียวกันการตรา พ.ร.ก.กู้เงินยังปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ.2562 มาตรา 79 ที่กำหนดให้รับฟังความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแทนการรับฟังความเห็นของประชาชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านความเคลื่อนไหวนอกห้องประชุม นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย พรรค พท.กล่าวว่า &amp;nbsp;รัฐบาลไม่มีแผนงานในการใช้เงินมาเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบ ว่าจะใช้งบประมาณอย่างไร โปร่งใส และเหมาะสมหรือไม่ การที่รัฐบาลไม่เปิดเผยรายละเอียด ขอตั้งข้อสังเกตว่าอาจจะมีความไม่โปร่งใสในการใช้เงินกู้ และการต่ออายุ พ.ร.ก.ฉุกเฉินก็เป็นการซ้ำเติมเศรษฐกิจให้ทรุดหนักลงไปอีก&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรค พท.ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ กล่าวว่า รัฐบาลต้องแสดงความจริงใจให้ประชาชนเห็นว่า มีความตั้งใจจริงที่จะกอบกู้เศรษฐกิจและช่วยเหลือประชาชนอย่างจริงจัง อีกทั้งต้องยอมรับการตรวจสอบจากผู้แทนของประชาชน ด้วยการเปิดให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตามการใช้เงินกู้อย่างจริงจัง นอกจากนี้รัฐต้องกระจายงบประมาณที่กู้มาอย่างเป็นธรรมและทั่วถึง ไม่ควรเอางบประมาณของประชาชนไปใช้ในการหาเสียง เอื้อประโยชน์ทางการเมืองแก่พวกพ้อง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67224</URL_LINK>
                <HASHTAG>การุณ โหสกุล, รังสิมา รอดรัศมี, วิรไท สันติประภพ, วิสาร เตชะธีราวัฒน์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อุตตม สาวนายน, เกียรติ สิทธีอมร, โสภณ  ซารัมย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200528/image_big_5ecfbb54232cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
